ในปีที่ผ่านมา ประเทศไทยยังคงประสบปัญหาการชะลอตัวของเศรษฐกิจจากหลายปัจจัย ได้แก่ ค่าเงินบาท แข็งค่า และปัญหาสงครามการค้า ที่ทำให้ภาคการส่งออก และกำลังซื้อจากต่างชาติชะลอตัวปัญหาภัยแล้ง ที่ส่งผลกระทบต่อการผลิตในภาคอุตสาหกรรมการเกษตร รวมถึงความล่าช้าในการอนุมัติ งบประมาณ และ กำหนดนโยบายทางเศรษฐกิจเพื่อช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ และกำลังการผลิตภายในประเทศ เหล่านี้ส่งผลกระทบ ต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เมื่อกำลังซื้อจากภายนอกและภายในประเทศชะลอตัว ธุรกิจหลายประเภทรวม ถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เองก็ยังคงได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

จากสภาวการณ์เศรษฐกิจชะลอตัวดังกล่าวข้างต้น ภาคธุรกิจต่างๆ ยังคงต้องดำเนินงานต่อไป จึงมีความ จำเป็นอย่างยิ่งยวดที่ต้องมีความพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตนเองให้เข้ากับสถานการณ์ ดังนั้น บริษัทฯ จึงได้ปรับ แผนการดำเนินธุรกิจให้รัดกุม โดยชะลอการเปิดโครงการใหม่ ดังเห็นได้จากในปี 2562 บริษัทฯ เปิดตัวโครงการ ใหม่เพียง 5 โครงการ เท่านั้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้วางแผนพัฒนาโครงการที่มีอยู่เดิม โดยยึดมั่นตาม พันธกิจหลัก 4 ประการ1 ที่บริษัทฯ ใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานอย่างเคร่งครัดเพื่อเร่งระบายสินค้าคงค้าง ทั้งโครงการแนวราบและโครงการคอนโดมิเนียม ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี อนึ่งในปี 2563 บริษัทฯ ยังคงดำเนินธุรกิจอย่างรัดกุมและรอบคอบตามภาวะเศรษฐกิจและปัจจัยรายล้อม

ท้ายนี้ ผมในนามของประธานกรรมการบริษัทฯ ใคร่ขอขอบคุณในความไว้วางใจและความเชื่อมั่นจากท่าน ผู้ถือหุ้น นักลงทุน สถาบันการเงิน พันธมิตรทางธุรกิจ ลูกค้าของบริษัทฯ และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ที่ได้ให้การ สนับสนุนบริษัทฯ มาโดยตลอด ตลอดจน ผู้บริหาร และพนักงานทุกท่าน ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจ ช่วยดำเนินธุรกิจ ด้วยความมุ่งมั่น และขอให้ทุกท่านมั่นใจว่า บริษัทฯ จะดำเนินธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดี และรับผิดชอบ ต่อสังคม เพื่อการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และยั่งยืนของบริษัทฯ ต่อไป

นายวิศิษฎ์ เลาหพูนรังษี

ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ