คณะกรรมการบริษัทฯ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการ ป้องกันการนำข้อมูลภายในของบริษัทไปใช้เพื่อประโยชน์ ส่วนตนเป็นอย่างยิ่ง จึงมีนโยบายให้มีการเก็บรักษาข้อมูล ซึ่งยังมิได้เปิดเผยต่อประชาชนไว้เป็นความลับ โดยกำหนด ให้ผู้รับรู้จำกัดเฉพาะผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเท่านั้น

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้แจ้งให้ผู้บริหารทราบถึงภาระหน้าที่ใน การรายงานการถือหลักทรัพย์ในบริษัทของตน รวมถึง คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ตลอดจนรายงาน การเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ ตามมาตรา 59 และบทลงโทษ ตามมาตรา 275 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และ ตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535

อีกทั้งบริษัทฯ ห้ามมิให้กรรมการผู้บริหาร และพนักงาน รวมถึงคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคล ดังกล่าวทำการซื้อ ขาย โอน หรือรับโอนหลักทรัพย์ ของบริษัท โดยใช้ข้อมูลภายในซึ่งยังมิได้เปิดเผยต่อ สาธารณชน สำหรับกรณีที่กรรมการ ผู้บริหาร รวมถึง คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะทำการซื้อ ขาย โอน หรือรับโอนหลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่เข้าข่ายกรณีข้างต้น ให้รายงานต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ ทุก ครั้งที่ทำการซื้อ ขาย โอน หรือรับโอนหลักทรัพย์ดังกล่าว ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่เกิดรายการขึ้นพร้อมทั้งส่ง สำเนารายงานนี้ให้กับบริษัทเพื่อเก็บเป็นหลักฐานทุกครั้ง นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้มีนโยบายที่ให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานปฏิบัติตามจรรยาบรรณในการปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความสุจริตและยุติธรรมอย่างสม่ำเสมอ และไม่ให้ เข้าไปมีส่วนร่วมในการกระทำหรือปกปิดการกระทำใดๆ ที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่บริษัท ทั้งนี้ หากพบว่าบุคคล ข้างต้นได้นำข้อมูลภายในของบริษัทฯ ไปใช้เพื่อประโยชน์ ส่วนตน บริษัทฯ ถือว่าบุคคลดังกล่าวมีความผิดทางวินัย อย่างร้ายแรง และจะถูกลงโทษตามข้อบังคับพนักงานของ บริษัทฯ ต่อไป

คณะกรรมการตรวจสอบ

ในการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบครั้งที่ 2/2563 เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 คณะกรรมการตรวจสอบได้ประเมินความเพียงพอ และเหมาะสม ของระบบการควบคุมภายใน เพื่อเสนอรายงานจากคณะกรรมการตรวจสอบประจำปี 2562 จากการประเมินระบบการควบคุมภายในของบริษัท ในด้านต่าง ๆ 5 องค์ประกอบ คือ

  1. องค์กรและสภาพแวดล้อม
  2. การบริหารความเสี่ยง
  3. การควบคุมการปฏิบัติงานของฝ่ายบริหาร
  4. ระบบสารสนเทศและการสื่อสารข้อมูล
  5. ระบบการติดตาม

คณะกรรมการตรวจสอบมีความเห็นว่า บริษัทมีระบบการควบคุมภายในที่เหมาะสมเพียงพอ โดยทุกองค์ประกอบมีการปฏิบัติตามอย่างมีประสิทธิผล และได้นำเสนอรายงานจากคณะกรรมการตรวจสอบประจำปี 2562 แก่คณะกรรมการบริษัทพิจารณาแล้ว ในการประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 2/2563 เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

บริษัทได้มีการจัดการบริหารงานและระบบการควบคุมภายในที่ดีเพียงพอ โดยผู้บริหารได้สนับสนุนให้ตระหนักถึงความจำเป็นในการควบคุมภายใน โดยจัดให้มีการกำกับดูแลองค์กรที่ดี กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบอย่างชัดเจน รวมทั้งได้กำหนดระเบียบ ข้อบังคับนโยบาย ระดับอำนาจการบริหารและระดับการอนุมัติรายการที่เหมาะสมอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร

บริษัทได้จัดให้มีสำนักตรวจสอบภายใน ที่มีความเป็นอิสระในการติดตามและประเมินผลการควบคุมภายใน ซึ่งรายงานโดยตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อสอบทานระบบการปฏิบัติงานของกิจกรรมต่างๆ ให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ และเป้าหมายขององค์กรโดยรวม โดยผลการตรวจสอบที่ผ่านมาไม่พบว่ามีข้อบกพร่องที่เป็นสาระสำคัญต่อระบบการควบคุมภายในแต่ประการใด

นอกจากนี้ผู้สอบบัญชีของบริษัท คือ บริษัท สอบบัญชี ธรรมนิติ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ตรวจสอบงบการเงินประจำปี 2561 ได้ประเมินประสิทธิผลของการควบคุมภายในของบริษัทฯ ตามที่เห็นว่าจำเป็น ซึ่งพบว่า ไม่มีจุดอ่อนของระบบการควบคุมภายในที่มีสาระสำคัญแต่ประการใด