ในปี 2567 ที่ผ่านมา ตลาดที่อยู่อาศัยระดับราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท ซึ่งเป็นสินค้าหลักของบริษัทฯ และเป็นตลาดที่มีสัดส่วนถึง 30% ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย มีอัตราการปฏิเสธสินเชื่อสูงกว่า 50% แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของกำลังซื้อในตลาดที่อยู่อาศัย ดังกล่าว ประกอบกับข้อมูลจากเครดิตบูโรยังแสดงให้เห็นถึงความน่ากังวลของตลาดสินเชื่อในประเทศไทย เมื่อพบว่าหนี้เสียจากสินเชื่อบ้านเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ซื้อที่มีรายได้น้อยถึงปานกลางเริ่มผ่อนบ้านไม่ไหว คิดเป็นมูลค่าราว 1.2 แสนล้านบาท อันเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้บริษัทฯ มีผลประกอบการที่ไม่เป็นไปตามคาดหมาย นอกจากนั้นแล้วบริษัทฯ ยังเผชิญกับสถานการณ์ความผันผวนของตลาดหุ้นกู้ โดยมีความจำเป็นต้องขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นกู้ขอขยายอายุสัญญาออกไปอีก 2 ปี ซึ่งบริษัทฯ ได้รับความร่วมมือจากผู้ถือหุ้นกู้ส่วนใหญ่เป็นอย่างดี

สำหรับในปี 2568 ยังเป็นปีที่ท้าทาย ที่ผู้ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต้องปรับตัวกันทุกฝ่าย เพราะกำลังซื้อยังเปราะบางจำเป็นที่จะต้องอาศัยมาตรการของภาครัฐในการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าการลดค่าธรรมเนียมโอนค่าจดจำนอง การให้ธนาคารแห่งประเทศไทยผ่อนคลายมาตรการ LTV โดยเป็นอีกปีที่บริษัทฯ ยังคงต้องพิจารณาการเปิดตัวโครงการใหม่อย่างระมัดระวังและรอบคอบมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจอย่างมุ่งมั่น คำนึงถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ การสร้างแบรนด์พัฒนาคุณภาพงานก่อสร้าง และบริการหลังการขาย ที่ยังคงมุ่งเน้นความพึงพอใจของลูกค้าเป็นที่ตั้ง นอกจากนี้บริษัทฯ ยังคงมีแผนหาพันธมิตรร่วมลงทุน เนื่องจากบริษัทฯ มีที่ดินที่รอพัฒนาและมีโครงการอยู่ระหว่างการพัฒนาอีกหลายแห่ง

สุดท้ายนี้ ผมและคณะกรรมการของบริษัทฯ ขอขอบคุณผู้ถือหุ้น พันธมิตรทางธุรกิจ สถาบันการเงิน และผู้ถือหุ้นกู้ของบริษัทที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง และต้องขอขอบคุณผู้บริหารและพนักงานของบริษัทฯทุกๆ ท่านที่ได้ร่วมมือกันปฏิบัติงานด้วยความทุ่มเทอย่างเต็มกำลังความสามารถจนทำให้บริษัทฯ สามารถก้าวข้ามช่วงเวลาท้าทายที่ผ่านมาได้

นายวิศิษฎ์ เลาหพูนรังษี

ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ